Thursday, September 6, 2007

สัตยาไส …. ไปมาแล้ว

ระยะทางจากมหาสารคามไปชัยบาดาล จ. ลพบุรี ก็ไกลโข แต่พี่คนขับรถเราก็เลือกใช้เส้นทาง ที่ไกลกว่า! เพื่อบรรยากาศและเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ในเส้นทางใหม่ ๆ ของผู้ร่วมทางทั้ง ๘ ชีวิต ขอบคุณครับสำหรับการเดินทาง ..

เมื่อมาถึง อ.ชัยบาดาล สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าทำคือ การนอนพักผ่อนที่โรงแรม จนถึงประมาณสองทุ่ม ข้าพเจ้าตัดสินใจสำรวจเมือง โดยเดินทางจากที่พักไปใจกลาง อำเภอ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร และเดินไป เป็นอย่างเดียวที่ทำได้ เพราะไม่มีรถโดยสารประจำทาง อำเภอชัยบาดาลใหญ่มาก ประมาณกับเมืองมหาสารคามหรือเขาอาจจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำ เนื่องเพราะอาจเป็นชุมทาง ทางรถยนต์ ไปยังอีกหลายจังหวัด และอยู่ห่างจากตัวจังหวัด หลักฐานยืนยันความเจริญคือมี เซเว่นฯ ๒ แห่งห่างกันไม่ถึง ๗๐๐ เมตร ร้านหนังสือที่เปิดถึง ๔ ทุ่ม โต้รุ่งที่ยึดสี่แยกไฟแดงได้ทุกด้าน หรือแม้กระทั่งห้างใหญ่ ๆ อย่างโลตัส ยังอยากเปิดสาขาขึ้นที่นี่ เจริญมาก! ยังไม่นับกับโรงเรียนดัง ๆ เช่น อัสสัมชัญ ลำนารายณ์ รวมไปถึงโรงเรียน สัตยาไส ที่เราดั้งด้นมาชมนี้ด้วย!
ตีสี่ วันที่สองของการเดินทาง ข้าพเจ้าแหกตาตื่นมาพร้อมพนักงานขับรถ เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนสัตยาไส เพื่อชมกิจกรรมการเรียนการสอนตั้งแต่ตี ๕ น่าสนใจตรงนี้ครับผ่านอ่าน ตรงที่ว่าโรงเรียนนี้จะเป็นโรงเรียนวัดก็ไม่ใช่ โรงเรียนคริสต์ก็ไม่เชิง เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ก็มีนักเรียนหลายศาสนา สรุปไม่ถูก สรุปได้ง่าย ๆ เอาเองตามความคิดข้าพเจ้าว่า เป็นโรงเรียน “คุณธรรมนำความรู้” (สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลยุค คมช. แต่ที่นี่เปิดทำการเรียนการสอน ก่อนการปฏิวัติมาแล้ว 15 ปี นะ) เพราะสิ่งที่พบ คือ โรงเรียนลดสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของนักเรียน อาทิเช่น อาหารมังสวิรัติ การไม่ให้เด็กดูทีวี การป้องกันการแชท การไม่ให้ใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน ฯลฯ เป็นต้น และเสริมสร้างความเจริญทางสติและปัญญา คือ การสวดมนต์ ร้องเพลง และกิจกรรมการเรียนรู้แบบสอดสัมพันธ์ ระหว่างวิชา ไม่แยกกันให้ขาด เพราะทุกวิชาเป็นความสอดคล้องต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งความเป็น “มนุษย์” คือ การดำรงความเป็นธรรมชาติของเด็ก เด็ก ๆ ยังซน ยังเล่น ได้แบบอิสระและไม่โดนดุ โดนด่า และ อาศัย “สำนึกดี” ให้หยุด หรือ ควบคุมซึ่งกันและกันเอง โดยกระบวนการทางธรรมชาตินี้ ดำเนินไปโดยอัตโนมัติ มีหลากหลายเหตุผลที่อธิบายการสร้างโรงเรียนแบบนี้ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นต้องฟังการอธิบายจากผู้เป็นเจ้าของ คือ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เพราะคำอธิบายของท่าน ถูกตอบผ่านคำบอกเล่าและการกระทำของเด็ก ๆ ในโรงเรียนสัตยาไสนั้นแล้ว
ณ วันนี้ โรงเรียนสัตยาไส เดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้น และกำลังเตรียมความพร้อมที่จะเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่เตรียมครูสำหรับสั่งสอนชาวโลกให้ใช้ความรัก และ คุณธรรม นำ ความรู้ และนำพาโลกกลมๆ ใบเล็ก ๆ ของพวกเราทุกคน ฝ่าคลื่นความร้อนแรง ของธรรมชาติ และ กิเลสมนุษย์ ดำรงสภาพโลกต่อไปอีกนิดหน่อย เท่า ๆ ที่ลูกหลานเราจะได้อยู่ต่อ ขอให้ประสบความสำเร็จและ ข้าพเจ้าจะนำแนวคิดดี ๆ มาร่วมทำเพื่อเป็นอีกแรงหนึ่งพิทักษ์โลกด้วยกัน สู้เขานะ ขบวนการจูแรนเจอร์!

อ้างอิงรูปภาพ จาก http://gotoknow.org/file/dhanarun ขอบคุณครับ

2 comments:

Anonymous said...

การเรียนรู้คู่คุณธรรม บางทีก็มีคนตีความไปถึงการศึกษาเกียวกับหลักธรรมและศาสนา...แต่ในความเป็นจริงๆ การปฏิบัติให้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน แทนการท่อง บทหลักธรรมต่างๆน่าจะให้ผลดีกว่า เหมือนอย่างที่ โรงเรียนที่อาจารย์ไปดู เป็น....ว่าแต่....ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ หนอ...รร.ของเราจะสามารถพัฒนาไปในทางนั้นให้ดียิ่งขึ้น??

Unknown said...

นั่นนะสิ! เราเดินตามวิถีโค้งของดาวเทียมไทคมมากไปหน่อย ตามจริงควรทำความเข้าใจดวงอาทิตย์กะดวงจันทร์มากกว่า ... ทางเดินของเราจึงดูแปร่ง ๆ ไม่มีทิศทางอย่างจริงจังซะที ไอ้ครั้นจะเริ่มจริงจัง หัวไม่ส่าย มีรึ หางจะกระดิก...พูดแล้วเครียดครับ